บทที่ 1 ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย 1/2

ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย 1/2

ณ จวนสกุลเซี่ยตั้งตระหง่านอยู่กลางผืนแผ่นดินประหนึ่งป้อมปราการแห่งศักดิ์ศรี อำนาจ และรสนิยมของตระกูลแม่ทัพใหญ่ผู้คุมกำลังแห่งแคว้น กำแพงหินสูงทอดยาวโอบล้อมพื้นที่กว้างใหญ่ ภายในแบ่งเป็นระเบียบงดงาม ห้าเรือนหลัก สี่เรือนรอง จัดวางตามหลักภูมิสถาปัตย์อย่างสุขุมและหนักแน่น

ประตูจวนเป็นไม้หนาหนัก แกะสลักลวดลายมังกรและเมฆมงคลอย่างประณีต ทุกครั้งที่เปิดปิด เสียงไม้กระทบกันดังก้องดุจเตือนถึงกฎเหล็กของตระกูล ทหารยามในชุดเกราะยืนเฝ้าหน้าจวนอย่างสง่า ดวงตาคมกริบไม่ปล่อยให้สิ่งใดเล็ดลอดสายตา

ภายในจวน บ่าวไพร่นับร้อยชีวิตเคลื่อนไหวเป็นระเบียบราวฟันเฟืองเดียวกัน ห้องครัวใหญ่ตั้งอยู่ด้านหลังเรือนหลัก ควันอุ่นจากเตาไฟลอยอ้อยอิ่ง กลิ่นอาหารชั้นเลิศไม่เคยขาดเป็นเสมือนหัวใจที่หล่อเลี้ยงทั้งจวน

สระน้ำใหญ่ทอดยาวสะท้อนเงาเรือนไม้และท้องฟ้า เก๋งจีนริมสระตั้งอย่างสงบ เป็นที่จิบน้ำชาและรับแขกผู้มีเกียรติ เสียงน้ำกระทบผิวนุ่มนวลช่วยกลบความแข็งกร้าวของอำนาจด้วยความละเมียดละไม

ลึกเข้าไปคือห้องหนังสือเรือนแห่งปัญญาและสงคราม ผนังประดับอาวุธหลากชนิด ดาบ หอก ธนู วางเคียงกับชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน เต็มไปด้วยตำราพิชัยสงครามและหนังสือหายากจากทั่วแผ่นดิน บนโต๊ะไม้เข้มตั้งแท่นฝนหมึกคู่พู่กัน แจกันโบราณและเครื่องลายครามถูกจัดวางอย่างสมดุล แสดงถึงรสนิยมที่หลอมรวมความงามกับอำนาจไว้ด้วยกัน

ลานหินกว้างกลางจวนล้อมด้วยหญ้าเขียวขจี ดอกไม้นานาพันธุ์เรียงลดหลั่นสูงต่ำ สีสันสอดประสานราวผลงานของศิลปินเอกแห่งยุค ทุกย่างก้าวให้ความรู้สึกสงบ ทว่าแฝงพลังเงียบงัน

เรือนไม้ฉาบสีน้ำเงินขลิบเส้นเข้มด้วยสีทองตั้งเด่นรับแสงอาทิตย์ เมื่อแสงแดดสาดต้อง ผืนไม้เปล่งประกายขรึมขลังและสง่างามยิ่งนัก และที่เรือนคุณหนูใหญ่ต้นเหมยออกดอกสะพรั่ง กลีบขาวอมชมพูปลิวไหวท่ามกลางลมหนาว ราวจะกระซิบว่า ภายใต้ความแข็งแกร่งของจวนแม่ทัพแห่งนี้ ยังมีความงามอ่อนโยนซ่อนเร้นอยู่เสมอ

ยามฟ้าสาง แสงเงินบางเบาแทรกผ่านหมอกจาง ดั่งม่านสวรรค์ค่อย ๆ เปิดออก นกน้อยเริ่มขานรับวันใหม่

บ่าวไพร่เดินเป็นแถวระเบียบมุ่งตรงไปยัง เรือนคุณหนูใหญ่ของตระกูลผ่านต้นเหมยที่ดอกบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอม ในมือต่างถือกล่องเครื่องประดับ เสื้อผ้าแพรพรรณประณีตงดงาม

เรือนคุณหนูใหญ่ตั้งอยู่อย่างสงบในมุมที่งดงามที่สุดของจวน ราวกับถูกแยกออกจากความแข็งกร้าวของโลกภายนอก ภายในเรือนตกแต่งอย่างประณีตทุกตารางนิ้ว แสดงถึงรสนิยมอันสุขุม ละเอียด และสูงส่งของผู้อยู่อาศัย

ตัวเรือนแบ่งสัดส่วนอย่างชาญฉลาด ห้องนอน ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำถูกจัดให้อยู่ภายในพื้นที่เดียวกันแต่กั้นแยกเป็นสัดเป็นส่วน มิให้รบกวนกันแม้เพียงเล็กน้อย พื้นไม้ขัดมันสะอาดสะอ้าน ส่งกลิ่นหอมอ่อนของไม้เก่าแก่ผสานกับกลิ่นสมุนไพรอ่อนจาง

มุมหนึ่งของห้องจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งไม้เนื้อละเอียด กระจกใสขอบบางสะท้อนแสงอย่างนุ่มนวล ข้างกันคือชั้นและตู้เก็บเสื้อผ้าที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ถัดไปเป็นชั้นวางกล่องเครื่องประดับหลากขนาด แต่ละกล่องประณีตงดงามไม่แพ้ของภายใน ราวกับเป็นงานศิลป์มากกว่าวัตถุหรูหรา

ทั้งเรือนไม่อับชื้นหรืออุดอู้ ด้วยบานหน้าต่างทรงโค้งกลมหลายบาน เปิดรับลมและแสงได้อย่างพอเหมาะ ฉากกั้นลายดอกไม้ถูกตั้งไว้อย่างละเมียด แยกพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ทำลายความโปร่งโล่ง เบื้องหน้าหน้าต่างมีตั่งไม้เตี้ยสำหรับนั่งจิบชา ทิวทัศน์สวนเขียวขจีภายนอกทอดยาวราวภาพมีชีวิต และเหนือขึ้นไปบนผนัง ประดับภาพวาดทิวเขานทีผืนยาวขวางเต็มความกว้าง ประดุจผนังห้องอีกด้านหนึ่ง เปี่ยมด้วยความสงบและพลังเงียบงัน

กลางห้องคือเตียงนอนไม้สลักเสาสี่มุม ลวดลายเรียบงามไม่ฉูดฉาด ผ้าปูแพรพรรณสีอ่อนนุ่มตา ม่านถูกมัดรวบไว้กับเสาอย่างเรียบร้อย ครั้นยามคลี่ลงกลับพลิ้วไหวดุจม่านหมอกบาง ไม่ทึบหนา ไม่กดทับบรรยากาศ

เตาอุ่นเตียงถูกจัดวางอย่างแนบเนียน ให้ความอบอุ่นสม่ำเสมอ ตะเกียงเสาสูงโครงระย้าเคลือบทองตั้งอยู่ข้างเตียง แสงไฟสาดส่องนวลละมุน สว่างไสวราวกลางวัน แต่ไม่แสบตา

ทั้งหมดนี้ทำให้เรือนคุณหนูใหญ่ดูเรียบหรู งดงาม และมีราคา มิใช่ด้วยการโอ้อวด หากแต่ด้วยการจัดวางที่รู้จักพอดี สมดังนิสัยของเจ้าของเรือน ผู้สูงศักดิ์ เยือกเย็น และมั่นคงในตัวเองอย่างแท้จริง

“คุณหนูเจ้าคะ นี่คือเครื่องประดับ กับชุด ให้คุณหนูเลือก เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงในวังคืนนี้เจ้าค่ะ” บ่าวหญิงเอ่ยจบก็ก้มหน้าไม่เอ่ยคำใดให้สิ้นเปลืองอีก

หญิงสาวเหลือบแลสายตาเย็นชามองไปทีละกล่อง จึงลุกขึ้นอย่างสง่า เดินหยิบสิ่งที่ต้องการ นี่มิใช่เครื่องประดับเลอค่าที่ทันสมัยที่สุดในยุคนี้หรอกหรือ สีสันไม่อ่อนก็เข้มฉูดฉาด มือบางเลื่อนไปตามแพรพรรณและตัดสินใจหยิบชุดสีแดงเลือดนก เครื่องประดับทอง เข้าชุด

บ่าวรีบค้อมกายเอ่ยขึ้น

“นี่คือชุดดอกเหมยใต้หิมะ เจ้าค่ะคุณหนูสวมใส่แล้วต้องโดดเด่นยิ่งกว่าหญิงใด”

กล่าวจบนางมิมีสีหน้าเยินยอเกินจริงแม้แต่น้อย

เพราะหากนางเอ่ยเกินไป ชีวิตดีๆอาจไม่รอดพ้นเซี่ยหลัวเยี่ยน คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเซี่ย นางย่อมมีวิธีเลือกคนเป็นแบบฉบับเฉพาะของตน จนไม่มีใครกล้าต่อต้านรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย

“อืม จัดการแต่งตัวให้ข้า”

ร่างระหงส์เดินทอดเรียวขายาว ตรงไปยังอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ปล่อยกายขาวสะอาดนวลเนียน ให้ผ่อนคลายไปกับน้ำอุ่นและกลีบดอกไม้

หลังจากทำความสะอาดเรือนกาย บ่าวรับใช้เตรียมชุด พร้อมสวมใส่ให้นาง ดอกเหมยใต้หิมะ ผ้าไหมแท้ทอมือสีเงินขาวแซมลายเหมยแดงทั้งชุด ท่อนนอกเป็นเสื้อคลุมยาวลากพื้น ปักดิ้นเงินละเอียดเป็นลายเกล็ดน้ำแข็ง

ส่วนท่อนในเป็นผ้าซับบางเบา สีแดงเลือดนกเผยออกมารำไรเวลานางก้าวเดิน เข็มขัดทำจากไหมทองถักด้วยเส้นด้ายเงิน ประดับพลอยแดงรูปดอกเหมยตรงกลาง ทั้งชุดเข้ากันกับทรงผมยกมวยสูงแซมด้วยปิ่นเงินรูปกิ่งเหมย ประดับปอยผมข้างแก้มอ่อนช้อย

ติดต่างหูหยกสีเลือดนก สร้อยคอเงินบางเส้นเดียว สร้างความคมชัดให้ใบหน้าขาวซีด

ผู้ที่ปรากฏในกระจกบานใหญ่ ใบหน้างดงามเย้ายวน ทอดตามองอย่างพึงใจ ริมฝีปากยกยิ้มมั่นใจ

“ข้าพร้อมพิชิตความยิ่งใหญ่เสมอ”

ณ ห้องหนังสือถัดไปอีกเรือนหนึ่ง ใบหน้าเคร่งเครียดของแม่ทัพใหญ่ เลยวัยฉกรรจ์แล้ว กำลังเคร่งเครียดกับม้วนกระดาษในมือ ถ้อยคำเหล่านั้นล้วนเป็นการบอกว่าเขานั้นก่อกบฏ มือหนาใหญ่สั่นไหวไม่หยุด ในอกอัดอั้นไปด้วยแรงแค้น ในหัวกลับเฝ้าคิดว่าใครกัน ที่กล้ากล่าวหาเขาเช่นนี้ ตรากตรำทำศึกน้อยใหญ่มาทั้งชีวิต ผลงานเป็นที่ประจักษ์ตั้งแต่ยุคฮ่องเต้องค์ก่อนจนถึงตอนนี้ แม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ไม่เคยคิดคดทรยศ สร้างสมคุณงามความดี เพื่อที่จะพบเจอเรื่องเช่นนี้หรือ

ปัง! เสียงทุบโต๊ะดังสนั่น ทั่วทั้งบริเวณกลับไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้า

“ข้าต้องรู้ให้ได้ ใครกันกล้าใส่ร้ายข้าเช่นนี้ ข้าจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เพื่อกราบทูลความบริสุทธิ์”

หานกั๋วซินกุนซือประจำกายก้าวออกมา

“เรียนท่านแม่ทัพ โปรดอย่าเพิ่งวู่วาม ข้าเชื่อว่าศาลต้าหลี่จะต้องสอบสวนคืนความเป็นธรรมให้กับท่านอย่างแน่นอน” เขานั้นใบหน้ายิ้มแย้ม เอ่ยปลอบใจผู้เป็นนาย

แม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนจึงมีทีท่าสงบลง “ข้าก็เชื่อเช่นนั้น องค์รัชทายาทจะต้องทรงมีความยุติธรรม”

ความกังวลแม้จะลดน้อยลงไป หากแต่เขาก็ยังคงครุ่นคิดแค้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่น้อย

หานกั๋วซินริมฝีปากยกยิ้มพราย หากสายตากลับอ่านยากยิ่ง

บทถัดไป